รีวิวการเทรดและเคล็ดลับการเทรดเงินเยนญี่ปุ่น
การทดสอบระดับ 163.68 ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่ออินดิเคเตอร์ MACD ขยับขึ้นไปเหนือเส้นศูนย์ค่อนข้างมากแล้ว ทำให้โอกาสการปรับตัวขึ้นต่อของคู่เงินจำกัด การทดสอบระดับ 163.68 ครั้งที่สองเกิดขึ้นพร้อมกับที่ MACD เข้าเขตซื้อมากเกินไป (overbought) ซึ่งนำไปสู่การดำเนินการตามสถานการณ์ที่ 2 และการอ่อนค่าลงของดอลลาร์สหรัฐ
การแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วของเงินเยนสอดคล้องอย่างชัดเจนกับการแทรกแซงค่าเงินโดย Bank of Japan โดยเฉพาะหลังจาก Federal Reserve คงอัตราดอกเบี้ยไว้โดยไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อวานนี้ ช่วงตลาดสหรัฐจะมีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจชุดสำคัญของสหรัฐ รวมถึง GDP ไตรมาส 2, ดัชนี Core Personal Consumption Expenditures (PCE) Price Index และตัวเลขรายได้กับการใช้จ่ายส่วนบุคคล
PCE Price Index มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Federal Reserve ให้ความสำคัญมากที่สุด และส่งผลโดยตรงต่อคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยและผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ขณะที่ข้อมูล GDP และการบริโภคจะช่วยให้มองเห็นภาพเพิ่มเติมเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ โดยตลาดจะจับตาตัวเลขที่ออกมาดีกว่าคาดเป็นหลัก เพราะอาจช่วยหนุนความต้องการดอลลาร์ให้ฟื้นตัว
คาดว่าเงินเยนญี่ปุ่นจะตอบสนองต่อชุดข้อมูลเหล่านี้ หากตัวเลขออกมาอ่อนแอกว่าคาด USD/JPY มีแนวโน้มปรับตัวลงต่อ ขณะที่การแทรกแซงจากทางการญี่ปุ่นอาจยิ่งเร่งให้การปรับตัวลงเร็วขึ้นไปอีก
สำหรับกลยุทธ์ระหว่างวัน ผมจะให้ความสำคัญกับการดำเนินการตามสถานการณ์ที่ 1 และสถานการณ์ที่ 2 เป็นหลัก
สัญญาณซื้อ
สถานการณ์ที่ 1
ผมมีแผนจะเปิดสถานะซื้อ USD/JPY วันนี้ หากราคาปรับตัวลงมาแตะจุดเข้าใกล้ระดับ 163.06 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ระดับ 163.70 (เส้นสีเขียวเส้นหนาบนกราฟ) บริเวณใกล้ระดับ 163.70 ผมมีแผนจะปิดสถานะซื้อทั้งหมด และเปิดสถานะขายสวนทาง โดยมองการย่อตัวลงกลับจากระดับดังกล่าวราว 30–35 จุด การปรับขึ้นของคู่เงินมีความเป็นไปได้ในวันนี้ แต่โอกาสปรับขึ้นยังค่อนข้างจำกัด
สำคัญ: ก่อนเปิดสถานะซื้อ ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์ และเพิ่งเริ่มขยับตัวขึ้นจากบริเวณนั้น
สถานการณ์ที่ 2
ผมยังมีแผนจะเปิดสถานะซื้อ USD/JPY วันนี้ด้วย หากระดับ 162.65 ถูกทดสอบติดต่อกันสองครั้ง ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนขายมากเกินไป (oversold) สถานการณ์เช่นนี้จะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะลงต่อ และอาจกระตุ้นให้เกิดการกลับตัวขึ้นของราคาได้ โดยในกรณีนี้ เป้าหมายด้านบนจะอยู่ที่ระดับ 163.06 และ 163.70
สัญญาณขาย
สถานการณ์ที่ 1
ผมมีแผนจะเปิดสถานะขาย USD/JPY วันนี้ หลังจากที่ราคาหลุดลงต่ำกว่าระดับ 162.65 (เส้นสีแดงบนกราฟ) ซึ่งอาจนำไปสู่การร่วงลงอย่างรวดเร็วของคู่เงิน เป้าหมายหลักของฝั่งขายจะอยู่ที่ระดับ 162.07 ซึ่งเป็นระดับที่ผมมีแผนจะปิดสถานะขายทั้งหมด และเปิดสถานะซื้อสวนทางทันที โดยคาดหวังการดีดกลับขึ้นจากระดับดังกล่าวราว 20–25 จุด แรงกดดันด้านการขายต่อคู่เงินมีโอกาสกลับมาได้หาก Bank of Japan เข้าแทรกแซง
สำคัญ: ก่อนเปิดสถานะขาย ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์ และเพิ่งเริ่มขยับตัวลงจากบริเวณนั้น
สถานการณ์ที่ 2
ผมยังมีแผนจะเปิดสถานะขาย USD/JPY วันนี้ด้วย หากระดับ 163.06 ถูกทดสอบติดต่อกันสองครั้ง ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนซื้อมากเกินไป (overbought) สถานการณ์เช่นนี้จะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะขึ้นต่อ และอาจกระตุ้นให้เกิดการกลับตัวลงของราคาได้ โดยในกรณีนี้ เป้าหมายด้านล่างจะอยู่ที่ระดับ 162.65 และ 162.07
คำอธิบายสัญลักษณ์บนกราฟ
- เส้นสีเขียวเส้นบาง – ราคาที่ใช้เปิดสถานะซื้อของตราสารที่ทำการเทรด
- เส้นสีเขียวเส้นหนา – ระดับ Take Profit ที่แนะนำ หรือโซนสำหรับล็อกกำไรด้วยตนเอง เนื่องจากมองว่าการปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ต่ำ
- เส้นสีแดงเส้นบาง – ราคาที่ใช้เปิดสถานะขายของตราสารที่ทำการเทรด
- เส้นสีแดงเส้นหนา – ระดับ Take Profit ที่แนะนำ หรือโซนสำหรับล็อกกำไรด้วยตนเอง เนื่องจากมองว่าการปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ต่ำ
- MACD Indicator – เมื่อตัดสินใจเข้าเทรด ควรพิจารณาโซน Overbought และ Oversold ประกอบด้วย
สำคัญ
เทรดเดอร์ Forex มือใหม่ควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่อทำการตัดสินใจเข้าเทรดในตลาด ก่อนการประกาศรายงานปัจจัยพื้นฐานสำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการเปิดสถานะเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนรุนแรงของอัตราแลกเปลี่ยน
หากคุณตัดสินใจเทรดในช่วงที่มีการประกาศข่าวสำคัญ ควรตั้งคำสั่ง Stop-Loss ทุกครั้งเพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น หากไม่มีการป้องกันด้วย Stop-Loss คุณอาจสูญเสียเงินในบัญชีทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณไม่บริหารความเสี่ยงให้เหมาะสมและใช้ขนาดสัญญาที่ใหญ่เกินไป
โปรดจำไว้ว่า การเทรดให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยแผนการเทรดที่ชัดเจน เช่น ตัวอย่างแผนที่แสดงไว้ด้านบน การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันโดยอิงจากสภาวะตลาดในขณะนั้นเพียงอย่างเดียว ถือเป็นกลยุทธ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสำหรับเทรดเดอร์สาย Day Trade หรือเทรดระหว่างวัน